มะแว้งต้นและสรรพคุณ

ลักษณะทางพฤกษศาสตร์มะแว้งต้น
เป็นพรรณไม้พุ่มขนาดเล็ก ลักษณะของลําต้นเล็กแข็ง ลําต้นมีหนาม สูง 1-1.5 - เปลือกต้นเรียบสีน้ําตาล ยอดอ่อนและต้นอ่อนมีขนสีขาว ลักษณะของใบเป็นรูปรี ขนาดเล็กกว่าใบมะเขือพวง ขอบใบหยักเว้าลึก ปลายใบแหลม ใบมีขนนุ่มขึ้นทั่วไป ใบ เป็นใบเดี่ยว ออกเรียงสลับรูปไข่หรือขอบขนาน กว้าง 4-10 ซม. ยาว 6-12 ซม. ปลาย โบและโคนใบมน ขอบใบหยักเว้า แผ่นใบสีเขียว ดอกออกเป็นกระจุก ออกตามบริเวณ ง่ามใบ และปลายกิ่ง ลักษณะของดอกเป็นดอกขนาดเล็ก ดอกย่อยมี 5-10 ดอก ดอก สีม่วง กลีบเลี้ยงเชื่อมติดกัน ปลายแยกเป็น 5 แฉกแหลม ด้านนอกมีขน กลีบดอกมี 5 กลีบ รูปไข่ ปลายแหลม เกสรเพศผู้สีเหลืองติดกันเป็นรูปกรวย เมื่อดอกร่วงโรยลงก็จะ ติดผล ลักษณะของผลเป็นรูปกลมเกลี้ยง มีขนาดเล็ก ผลอ่อน มีลายสีขาว แต่เมื่อแก่ หรือสุกผลจะมีสีแดง ผลมีรสขม ผลสุกสีส้ม เมล็ดแบนจํานวนมาก
สรรพคุณ ใช้ทั้งผลดิบและผลสุก นํามาเป็นยาขมใช้กินเป็นยาแก้ไอ ขับเสมหะ ลดน้ําตาล ในเส้นเลือด ช่วยในการเจริญอาหาร รากใช้เป็นยาขับปัสสาวะ ขับลม แก้ไอ ใบใช้บํารุง
ธาตุ แก้วัณโรค แก้ไอ
อ่านต่อ »
มะยมและสรรพคุณ

ลักษณะทางพฤกษศาสตร์มะยมเป็นไม้ยืนต้นขนาดเล็กถึงกลาง สูง 3-5 เมตร ลําต้นตั้งตรง เปลือกมีผิวขรุขระ แตกกิ่งก้านสาขาบริเวณปลายยอด กิ่งก้านเปราะหักง่ายเป็นใบรวม มีใบย่อยออกเรียง แบบสลับกันเป็น 2 แถว แต่ละก้านมีใบย่อย 20-30 คู่ ใบรูปขอบขนานกลมหรือค่อน ข้างเป็นสี่เหลี่ยมขนมเปียกปูน ปลายใบแหลม ฐานใบกลมหรือมน ขอบใบเรียบ ดอกแยก เพศอยู่คนละต้น ต้นเพศผู้ออกดอกแล้วไม่ค่อยติดผล ส่วนต้นเพศเมียออกดอกแล้วติด ผลมาก ดอกขนาดเล็กจะออกเป็นช่อตามกิ่งไม่มีกลีบดอก มีแต่กลีบเลี้ยงสีชมพู 4 กลีบ
ผลเมื่ออ่อนสีเขียว เมื่อแก่เปลี่ยนเป็นสีเหลืองหรือขาวแกมเหลือง เนื้อฉ่ําน้ํา เมล็ดรูปร่าง - กลม แข็ง สีน้ําตาลอ่อน
สรรพคุณของมะยม รักษาผดผื่นคันตามผิวหนัง โดยใช้ราก 1 กิโลกรัม ต้มกับน้ํา 10 ลิตร ต้มให้ เดือด 5-10 นาที ทิ้งไว้ให้อุ่น ใช้แช่อาบ ควบคู่ไปกับการใช้รากฝนกับน้ําซาวข้าว ทาวัน ละ 2-3 ครั้ง
ใบ เป็นยาแก้ไอ บำรุงประสาท ขับเสมหะ แก้พิษไข้อีสุกอีใส ปรุงเป็นส่วนประกอบของยาเขียวรับประทานดับพิษร้อน ถอนพิษไข้ แก้ไข้ตัวร้อน ไข้หัวต่าง ๆ แก้โรคหัดเหือด ต้มรวมกับใบหมากผู้หมากเมีย ใบมะเฟือง อาบแก้ผื่นคัน พิษไข้หัว เหือด หัด สุกใส ดำแดง และฝีดาษ น้ำต้มใบดื่มพร้อมผลเป็นยาขับเหงื่อ
ผล รสเปรี้ยวสุขุม กัดเสมหะ แก้ไอ บำรุงโลหิต และระบายท้อง โขลกรวมกับพริกไทยเป็นยาพอกแก้ปวดกล้ามเนื้อ และปวดหลัง น้ำต้มใบดื่มพร้อมกับผล เป็นยาขับเหงื่อ ผลรับประทานได้ทั้งดิบและสุก มีรสเปรี้ยว มีฤทธิ์เป็นกรด ใช้ทำแยมหรือเชื่อมก็ได้ เป็นยาฝาดสมาน แก้หลอดลมอักเสบ และขับปัสสาวะ
อ่านต่อ »
มะละกอและสรรพคุณ

มะละกอเป็นผลไม้ที่สามารถปลูกได้ทุกภาคของประเทศไทย ลักษณะเป็นไม้ยืนต้น เนื้ออ่อน ต้นสูงประมาณ 3-6เมตร ลำต้นตั้งตรงไม่แตกกิ่งก้านสาขา ข้างในลำต้นกลวง ไม่มีแก่นกลาง ลักษณะผิวลำต้นขรุขระและเป็นร่องตามยาว ต้นอวบน้ำมียางขาว ส่วนลักษณะใบมะละกอจะเป็นใบเดี่ยวสลับรอบต้น ออกใบเยอะบริเวณยอด ใบเป็นรูปฝ่ามือเว้าเป็นแฉกลึก 7 แฉก ขนาดใบใหญ่ ดอกมีหลายประเภท คือ ดอกตัวผู้ ดอกตัวเมีย และดอกสมบูรณ์เพศ ส่วนผลมะละกอมีลักษณะเป็นรูปรี ยาว บ้างเป็นทรงกระบอก บ้างเป็นทรงกลม ผลอ่อนมีเปลือกสีเขียว เนื้อด้านในมีสีขาว เมื่อผลแก่หรือสุกเต็มที่เปลือกมะละกอจะเปลี่ยนเป็นสีเหลืองส้ม เนื้ออ่อนนุ่ม เมล็ดมีสีดำ หรือสีน้ำตาลดำ ในผลดิบจะมียางมะละกออยู่ตามผิวและที่ส่วนหัวเล็กน้อย
มะละกอได้รับความนิยมรับประทาน ทั้งผลสุกและดิบ หรือนำมาประกอบอาหารเช่น แกงส้ม,ส้มตำ หรือนำมาแปรรูป เช่น มะละกอแช่อิ่ม มะละกอแผ่น มะละกอเชื่อม และแยมมะละกอ
มะละกอสุก เป็นผลไม้ที่มีรสชาติหวานอร่อย กินเป็นผลไม้แก้ท้องผูก เนื่องจากมีฤทธิ์เป็นยาระบายอ่อนๆ และมีไฟเบอร์สูง บำรุงธาตุ แก้กระเพาะอาหารอักเสบ บำรุงน้ำนม และช่วยย่อยอาหาร
มะละกอและสรรพคุณ
มะละกอเป็นผลไม้ที่อุดมไปด้วยวิตมินเอ วิตามินที่สำคัญต่อการทำงานของจอประสาทตาและการมองเห็น โดยเฉพาะการมองเห็นในตอนกลางคืน อีกทั้งเบต้าแคโรทีนในมะละกอยังมีสารต้านอนุมูลอิสระ และเป็นสารตั้งต้นของวิตามินเอ จึงช่วยเสริมพลังในการบำรุงสายตา บรรเทาอาการเลือดออกตามไรฟันได้อีกด้วย
นอกจากนั้นมะละกอ ยังอุดมไปด้วยวิตามินและสารอาหารมากมาย ที่จะช่วยเสริมสร้างความจำและบำรุงสมองได้เป็นอย่างดี จึงทำให้ความจำดีขึ้น แถมลดความเสี่ยงการเป็นอัลไซเมอร์และช่วยให้สมองเกิดความผ่อนคลายย ประโยชน์ที่สำคัญของมะละกอ ช่วยบำรุงผิวพรรณให้เปล่งปลั่งสดใสอยู่เสมอ ช่วยให้สุขภาพของคุณแข็งแรงช่วยในการชะลอวัย และป้องกันการเกิดริ้วรอยต่าง ๆช่วยเสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกันให้แข็งแรงยิ่งขึ้น
ที่มาภาพประกอบ:http://malakothai.blogspot.com
อ่านต่อ »
น้อยหน่าและสรรพคุณ
น้อยหน่า เป็นไม้ยืนต้นทรงพุ่ม ขนาดเล็กแตกกิ่งก้าน สูงประมาณ 4-5 เมตร ใบเดี่ยว ออกสลับกัน สีใบเขียวอ่อนรูปยาวรี ปลายและโคนใบแหลม ใบกว้างประมาณ 4-6 ซ.ม. ยาว 8-12 ซ.ม.ออกดอกเดี่ยวตรงง่ามใบ ดอกมี 3-4 กลีบ กลีบหนาอวบน้ำ รูปขอบขนานปลายมนและแข็ง สีเขียวอมเหลืองห้อยลง ดอกมีกลิ่นหอม สีเหลืองอมเขียว กลีบดอกมี 1 ชั้น รูปหอกหนามี 3 กลีบ เกสรตัวผู้และเกสรตัวเมีย มีจำนวนมาก ผล โตเท่ากำมือ ผิวขรุขระสีเขียวอมเทา เรียกว่าเป็นลักษณะผล แบบผลกลุ่ม เนื้อผลมีสีขาว รสหวานหอม ภายในมีเมล็ดสีดำรูปไข่กลับ เป็นจำนวนมาก ขนาดผล 7-10 ซ.ม. เปลือกผลขรุขระเป็นช่องๆ เมื่อยังอ่อนสีเขียวอมเทา ถ้าแก่จัดสีเหลืองอมเทาหรือมีสีแดงปน ผิวของผลที่เป็นช่องๆ เป็นจำนวนมากเรียกว่า “ตา” ในแต่ละตาถ้าแกะดูพบเนื้อสีขาว หุ้มเมล็ดอยู่ ถ้าสุกเมล็ดสีดำเนื้อสีขาวมีรสหวาน น้อยหน่ามีหลายพันธุ์ ผลของน้อยหน่าก็จะแตกต่างกันไปตามสายพันธุ์นั้น
สรรพคุณของน้อยหน่า
เมื่อกินเนื้อน้อยหน่า 100 กรัม จะได้รับคาร์โบไฮเดรตในรูปของน้ำตาลฟรักโทสและกลูโคส สูงถึง 20 กรัม ทำให้ร่างกายได้รับพลังงานอย่างรวดเร็ว น้อยหน่ามีวิตามินซีช่วยป้องกันโรคหวัด เสริมภูมิคุ้มกัน และต้านอนุมูลอิสระ แคลเซียมช่วยบำรุงกระดูกและฟัน ลดการสูญเสียมวลกระดูก ส่วนโพแทสเซียมช่วยการรักษาสมดุลของน้ำในร่างกายและลดความดันโลหิต
น้อยหน่ามีสารต้านอนุมูลอิสระ ซึ่งก็ได้แก่ สารประกอบโพลีฟีนอลอย่างแทนนินและคาเทชิน ที่สามารถลดการอักเสบในโรคต่าง ๆ ได้ เช่น โรคหัวใจและหลอดเลือด โรคไขข้ออักเสบ ป้องกันมะเร็งและระงับการเจริญเติบโตของเนื้องอกต่าง ๆ ได้ สรรพคุณที่เด่นของน้อยหน่า ใช้ในการกำจัดเหา โดยนำใบน้อยหน่า 10-12 ใบ หรือเมล็ด 10-12 เมล็ด มาตำให้ละเอียด ผสมกับน้ำมันมะพร้าว ชโลมผมให้ทั่วศีรษะ ทิ้งไว้สักหนึ่งชั่วโมง แล้วล้างออกให้หมดจด สารอะโนเนอีน (Anonaine) ในใบและเมล็ดน้อยหน่า ซึ่งเป็นสารอัลคาลอยด์จะออกฤทธิ์ฆ่าเหา เป็นวิธีกำจัดเหาโดยไม่ต้องพึ่งยาได้เป็นอย่างดี แต่ควรระวังไม่ให้ส่วนผสมนี้เข้าตา เพราะจะทำให้เยื่อบุตาอักเสบได้
อ่านต่อ »
หมากเม่าและสรรพคุณ

ลักษณะทั่วไป:เป็นไม้พื้นเมืองเนื้อแข็ง สูง 12-15 เมตรแตกกิ่งก้านเป็นจำนวนมาก กิ่งแขนงแตกเป็นพุ่มทรงกลม ใบ : เป็นใบเดี่ยว สีเขียวสด ปลายและโคนมนกลมถึงหยักเว้า ขอบใบเรียบ ผิวใบเรียบมันทั้ง 2 ด้าน แผ่นใบกว้าง 3.5-4.5 ซม. ยาว 5-7 ซม. แผ่นใบบางคล้ายกระดาษ มักออกใบหนาแน่นเป็นร่มเงาได้อย่างดี ดอก: ออกเป็นช่อแบบช่อเชิงลด คล้ายช่อพริกไทย จะออกตามซอกใบใกล้ยอดและปลายกิ่ง แยกเพศกันอยู่คนละต้น ยาว 1-2 ซม. ดอกมีขนาดเล็กสีขาวอมเหลือง มักจะออกดอกในช่วงเดือนมีนาคม-เมษายนผลกลมเส้นผ่าศูนย์กลาง 0.8-1.2 เซนติเมตร ผล : ผลหมากเม่ามีขนาดเล็กเป็นพวง ภายใน 1 ผลประกอบด้วย 1 เมล็ด ผลดิบสีเขียวอ่อนหรือเขียวเข้ม มีรสเปรี้ยว พอสุกจะเปลี่ยนเป็นสีแดงและม่วงดำในที่สุด ผลสุกจะมีรสหวานอมเปรี้ยวปนฝาดเล็กน้อย ผลดิบสีเขียวเมื่อเข้าสู่ระยะสุกผลเปลี่ยนเป็นสีแดงและเป็นสีดำเมื่อสุกจัด
ประโยชน์และสรรพคุณ
ใบและผล : ต้มน้ำอาบ แก้อาการซีดเหลือง โลหิตจาง,
ใบ : ทาแก้ปวดศีรษะ แก้โรคผิวหนัง ใบสดนำมาอังไฟประคบแก้อาการฟกช้ำดำเขียว
ผล : ทำยาพอก แก้ปวดศีรษะ แก้ช่องท้อง บวม ใช้ผสมน้ำอาบแก้อาการไข้,
ต้นและราก : แก้กษัย บำรุงไต ขับปัสสาวะ แก้ตกขาว แก้ปวดเมื่อย
อ่านต่อ »
สรรพคุณของเถาวัลย์เปรียง

เป็นพรรณไม้เถาเลื้อย ชอบเลื้อยพาดพันตามต้นไม้ใหญ่ เถาแก่มีเนื้อไม้แข็ง เปลือกเถาเรียบและเหนียว เป็นสีน้ำตาลเข้มอมสีดำหรือแดง เถาใหญ่มักจะบิด เนื้อไม้เป็นสีออกน้ำตาลอ่อน ๆ มีวงเป็นสีน้ำตาลไหม้ คล้ายกับเถาต้นแดงใบ ใบประกอบ ลักษณะจะเป็นใบกลม และเล็กคล้ายใบของต้นอันชัน ใบจะหนาและแข็ง มีใบย่อยอยู่ประมาณ 7 ใบหลังใบเรียบเป็นมันสีเขียวเข้ม ลักษณะของใบย่อยเป็นรูปรี ปลายใบเป็นรูปหอก โคนใบมน ขอบใบเรียบ ใบย่อยมีขนาดกว้างประมาณ 1-1.25 เซนติเมตร และยาวประมาณ 3-5 เซนติเมตร ท้องใบเรียบ ดอกจะออกเป็นช่อสีขาวอมสีม่วงอ่อนคล้ายกับดอกถั่วส่วนกลีบรองดอกเป็นสีม่วงดำ ตรงปลายกลีบดอกนั้นจะเป็นสีชมพูเรื่อ ๆกลีบดอกมี 4 กลีบ และมีขนาดไม่เท่ากัน สวนกลีบเลี้ยงดอกมีลักษณะเป็นรูปถ้วย สีม่วงแดง ดอกนั้นจะออกดกมาก และจะส่งกลิ่นหอมอ่อน ๆ ผลเถาวัลย์เปรียง ออกผลเป็นฝักแบน โคนฝักและปลายฝักมน ฝักเมื่อแก่เป็นสีน้ำตาลอ่อน ภายในฝักมีเมล็ดประมาณ 1-4 เมล็ด เถาวัลย์เปรียงขึ้นง่าย มักขึ้นเองตามชายป่า และที่โล่งทั่ว ๆ ไป
สรรพคุณของเถาวัลย์เปรียง เป็นยาสมุนไพรที่คนไทยรู้จักการใช้ประโยชน์มาเนิ่นนาน เป็นสมุนไพรที่พบทั่วไปทุกภาค สรรพคุณของยาที่นิยมนำมาใช้ประโยชน์คือแก้อาการปวดเมื่อย ปวดหลัง ปวดเอว บำรุงกำลัง จึงมักนำมาต้มดื่ม หรือนำมาดองเหล้าเพื่อใช้แก้ไขอาการปวดเมื่อยจากการทำงาน
เถา-ใช้ต้มรับประทานเป็นยาถ่ายกระษัย แก้กระษัย ช่วยแก้หวัด แก้ไอช่วยแก้บิด ขับปัสสาวะ แก้ปัสสาวะผิดปกติ แก้ปัสสาวะกระปริบกะปรอย
เป็นยาถ่ายเส้น ทำให้เส้นเอ็นอ่อนและหย่อนดี ช่วยรักษาเส้นเอ็นขอด เส้นเอ็นพิการ แก้อาการปวด ปวดเมื่อย ปวดหลัง ปวดเอว ปวดข้อ ข้ออักเสบ ช่วยรักษาโรคข้อเข่าเสื่อม แก้อาการอักเสบของกล้ามเนื้อ หรือจะใช้เถานำมาหั่นตากแห้งคั่วชงน้ำกินต่างน้ำชาเป็นยาทำให้เส้นหย่อน แก้อาการเมื่อยขบตามร่างกาย แก้อาการปวดเมื่อย แก้เหน็บชา เป็นยาบำรุงกำลัง
ราก-มีรสเฝื่อนเมา ใช้เป็นยาอายุวัฒนะ ใช้เป็นส่วนประกอบของยาอายุวัฒนะ เพื่อช่วยทำให้ร่างกายแข็งแรง
อ่านต่อ »
สมอไทยและสรรพคุณ

ต้นสมอไทย ทางภาคเหนือเรียกว่า มะนะ ลักษณะทางพฤกษศาสตร์ เป็นไม้ต้น สูง 20-35 เมตร เปลือกต้นขรุขระ เปลือกนอก หนา สีน้ำตาลค่อนข้างดำ เปลือกใน สีน้ำตาลแดง ใบเดี่ยว ใบ เดี่ยว เรียงตรงข้ามหรืเกือบตรงข้าม รูปวงรี กว้าง 6-10 ซม. ยาว 8-15 ซม.เนื้อใบค่อนข้างหนา ขอบใบเรียบ ก้านใบยาว 2 - 2.5 ซม. ใบอ่อน ขอบใบอ่อนมีขนสีน้ำตาลอ่อนหนาแน่น เรียงเป็นระเบียบ ใบแก่หลังใบสีเขียวเข้ม มีขนสีขาวคลุม ท้องใบสีจางกว่า มีขนสีน้ำตาลอ่อนนุ่ม เมื่อใบแก่ ขนทั้ง 2 ด้านจะหลุดร่วงหมดไป ดอก ช่อ ออกที่ซอกใบหรือปลายยอด เป็นดอกสมบูรณ์เพศ กลีบสีเหลืองแต่ละช่อจะมีช่อแขนง 4 - 7 ช่อ ปลายช่อจะห้อยลงสู่พื้นดินหรือตั้งขึ้น ดอกบานเต็มที่กว้างประมาณ 3-4 มม. เป็นดอกสมบูรณ์เพศสีขาวหรือสีเหลืองอ่อน กลิ่นหอม ผลเป็นผลสด รูปวงรี ผิวเรียบมี 5 เหลี่ยมหรือพู จำนวนเมล็ด มี 1 เมล็ด มีเนื้อเยื่อหนาหุ้ม ผลแก่ สีเขียวอมเหลือง แต่เมื่อแห้งจะออกสีดำ จำนวนเมล็ด มี 1 เมล็ด
สมอไทยได้รับการยอมรับว่าเป็น ราชาสมุนไพร เนื่องจากฤทธิ์ในการกำจัดสารพิษออกจากร่างกายและบำบัดโรคหลายชนิด โดยสรรพคุณเด่นของสมอไทยช่วยในการแก้โรคท้องผูก โดยกินสมอไทยวันละ 3-5 ทุกวันสามารถช่วยรักษาโรคท้องผูกเรื้อรังได้ ส่วนต่างๆของสมอไทยยังมีสรรพคุณอีกดังนี้
สรรพคุณของสมอไทย
ดอก ต้มดื่มแก้บิด
ผลอ่อน รสเปรี้ยว มีฤทธิ์เป็นยาระบาย ถ่ายเสมหะ ลดไข้ ขับลมในลำไส้ แก้โลหิตในท้อง แก้น้ำดี แก้เสมหะ
ผลแก่ มีรสฝาดเปรี้ยวขมมีฤทธิ์เป็นยาฝาดสมาน แก้ท้องเดิน แก้ไข้ ขับเสมหะ แก้ลมป่วง แก้พิษร้อน ภายใน แก้ลมจุกเสียด ถ่ายพิษไข้ แก้ไอเจ็บคอ ขับน้ำเหลืองเสีย แก้เสมหะเป็นพิษ แก้อาเจียน บำรุงร่างกาย แก้นอนสะดุ้งผวา
เนื้อ รสฝาดเปรี้ยว แก้บิด แก้ท้องผูก แก้ท้องขึ้นอืดเฟ้อ แก้โรคเกี่ยวกับน้ำดี แก้อาเจียน แก้สะอึก แก้หืดไอ แก้ท้องร่วงเรื้อรังบดเป็นผงโรยแผลเรื้อรัง
เปลือกต้น ต้มดื่ม บำรุงหัวใจ ขับน้ำเหลืองเสีย ขับปัสสาวะ
ใบ เป็นยาสมานแผล เป็นยาบำรุงถุงน้ำดี
อ่านต่อ »
น้อยหน่า

น้อยหน่า เป็นไม้ยืนต้น สูง 3-5 เมตร ใบเดี่ยว เรียงสลับ รูปใบหอกแกมขอบขนาน กว้าง 3-6 ซม. ยาว 7-13 ซม. ดอกเดี่ยว ออกที่ซอกใบ ห้อยลง กลีบดอกสีเหลืองแกมเขียว 6 กลีบ เรียง 2 ชั้น ๆ ละ 3 กลีบ หนาอวบน้ำ มีเกสรตัวผู้และรังไข่จำนวนมาก ผลเป็นผลกลุ่ม ค่อนข้างกลม น้อยหน่า ลักษณะของผลน้อยหน่าเนื้อผลจะมีสีขาว ให้รสหวาน มีเมล็ดสีดำ ซึ่งส่วนที่นำมาใช้เป็นยารักษาอาการต่าง ๆได้แก่ ผล ผลดิบ ผลแห้ง เมล็ด และใบ สำหรับบ้านเรานิยมนำใบหรือเมล็ดของน้อยหน่ามาใช้ในการกำจัดเหา เห็บหมัด เป็นต้น น้อยหน่าเป็นผลไม้มีคุณประโยชน์ อย่างยิ่ง เนื่องด้วยมีคุณค่าทางอาหารมากมาย มีทั้งโปแตสเซียมและแมกนีเซียม ซึ่งป้องกันโรคหัวใจ มันยังช่วยรักษาความดันโลหิต เนื่องจากมีวิตามินเอ ที่ยังรักษาผิวและสุขภาพของเส้นผม ช่วยบำรุงสายตาและรักษาอาการอาหารไม่ย่อย ป้องกันท้องผูกและยังมีฤทธิ์รักษาอาการท้องเดินและโรคบิดด้วย
สรรพคุณ ของน้อยหน่า
ใบสดและเมล็ดน้อยหน่า สามารถใช้ฆ่าเหา และ โรคกลากเกลื้อน โดยเอาใบน้อยหน่าสดมาคั้นเอาแต่น้ำ แล้วพอกหัว ภายใน 7 วัน กลากเกลื้อนและเหาก็จะหาย เป็นเหา ซึ่งมีวิธีรักษาอยู่ 2 วิธีคือ นำใบน้อยหน่าประมาณ 3-4 ใบมาบดหรือตำให้ ละเอียดแล้วคลุกกับเหล้า 28 ดีกรี คลุกให้เคล้ากันจนได้กลิ่นน้อยหน่า แล้วนำมาทาหัวให้ทั่ว เอาผ้าคลุมไว้สัก 10-30 นาทีและเอาผ้าออกใช้หวีสาง เหาก็ตกลงมาทันที,นำใบน้อยหน่า 7-8 ใบ มาตำให้ละเอียดแล้วผสมกับน้ำทาหัวทิ้งไว้สักครู่ แล้วล้างออก ซึ่งจะช่วยทำให้ไข่ฝ่อ และฆ่าเหาได้ และ แก้ขับพยาธิลำไส้ ฆ่าเหา แก้หิด แก้กลากเกลื้อน และแก้ฟกบวม
ราก เป็นยาระบาย ทำให้อาเจียน และแก้พิษงู ถอนพิษเบื่อเมา
เปลือกต้น เป็นยาสมานลำไส้ สมานแผล แก้ท้องร่วง แก้พิษงู แก้รำมะนาด ยาฝาดสมาน
ผล ผลดิบ จะเป็นยาแก้พิษงู แก้ฝีในคอ กลาก เกลื้อน ฆ่าพยาธิ ผิวหนัง และผลแห้ง แก้งูสวัด เริม แก้ฝีในหู
อ่านต่อ »